วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Punctuation Marks (เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ)


Punctuation Marks หรือ เครื่องหมายวรรคตอน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในการเขียนภาษาอังกฤษ เนื่องจากในทุกประโยคภาษาอังกฤษนั้นประกอบด้วย Punctuation Marks ทั้งสิ้น ซึ่งเราสามารถจำแนก Punctuation Marks ได้ดังนี้

1. Period / Full stop ( . ) หรือ เครื่องหมายมหัพภาค
-ใช้เมื่อจบประโยคในประโยคบอกเล่าหรือประโยคคำสั่ง
-ใช้หลังอักษรย่อต่างๆหรือคำย่อ เช่น Dr.(Doctor), Mr.(Mister) และอื่นๆ

2. Comma ( , ) หรือ เครื่องหมายจุลภาค/เครื่องหมายลูกน้ำ)
- ใช้คั่นเพื่อแยกคำนามซ้อน เช่น Thailand, a country in Asia, is famous for its beautiful temples.
- ใช้แยกระหว่างคำที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เช่น I want a car, a motorcycle, and a bicycle.
- ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่บอกสี เช่น a blue, yellow bicycle
- ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่ตามหลังคำนาม เช่น My girlfriend is slim, tall, and beautiful.
- คั่นข้างหน้าหรือข้างหลังชื่อ เช่น 
Christina, where have you been?
What would you like to eat, Lita?
- คั่นประโยคที่ตามหลัง Yes, No และ Well ที่ขึ้นต้นประโยค เช่น
Are you Thai? Yes, I am.
Well, I'm not sure if I can do that.
- ใช้เพื่อแยกข้อความในประโยคคำพูด เช่น He said, "They are happy."
- คั่นระหว่างปีที่ตามหลังเดือน, ถนนกับเมือง, เมืองกับประเทศ เช่น
Today is May 4th, 2008.Tang lives at 76 Satorn Road, Bangkok.

3. Semi-colon ( ; ) หรือ เครื่องหมายอัฒภาค
- ใช้คั่นประโยคที่มีเครื่องหมาย comma คั่นอยู่แล้ว เช่น Hello, Nittaya; Please come here.
- ใช้ทำหน้าเพื่อเชื่อมประโยคสองประโยคที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกันวางไว้หน้าadverbs ได้แก่
therefore (ดังนั้น) besides (นอกจากนี้) เป็นต้น เช่น
Canada is very cold; therefore people must wear heavy coats in the winter.

4. Colon ( : ) หรือ เครื่องหมายมหัพภาคคู่/เครื่องหมายทวิภาค
- ใช้ colon ก่อนการประโยคอธิบาย เช่น He decided to buy a car: he had to travel to the remote area.
- ใช้แจ้งรายการ ซึ่งนิยมใช้หลังคำเหล่านี้ the following หรือ as follows เป็นต้น เช่น We require the following for our camping trip: tent, bags, and boots.

5. Exclamation Mark ( ! ) หรือ เครื่องหมายอัศเจรีย์
ใช้หลังคำอุทานหรือประโยคอุทาน เช่นOh! you are so beautiful. Watch out! Go away! 

6. Apostrophe ( ' ) หรือ เครื่องหมายวรรคตอน
- ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามทั้งนามเอกพจน์และนามพหูพจน์ เช่น The doctor's car, The men's club, Somkiet's dog
- ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ที่เติม s หรือชื่อเฉพาะที่มี s เช่น The girls' books, Charles' school
- ใช้สำหรับย่อคำ เช่น can't (can not), it's (it is), I'd rather (I would rather) 

7. Question Mark ( ? ) หรือ เครื่องหมายปรัศนี
ใช้กับประโยคคำถาม เช่น Is that food hot?

8. Quotation Marks ( " " ) หรือ เครื่องหมายอัญประกาศ
ใช้เขียนคร่อมข้อความที่เป็นประโยคคำพูด เช่น 
He said, "I am going home." "I can help you move," Narong volunteered.

9. Hyphen ( - ) หรือ เครื่องหมายยติภังค์
ใช้เพื่อเชื่อมคำสองคำให้เป็นคำเดียวกัน เช่น ex-husband, anti-American two-day holiday 

10. Dash ( -- ) หรือ เครื่องหมายเส้นประ
ใช้เพื่อเน้นข้อความที่แทรกเข้ามาเพื่ออธิบายหรือใช้คั่นคำละไว้ในฐานที่เข้าใจหรือเปลี่ยนใหม่ เช่น
I got lost, forgot my bag, and missed my plane-- it was a terrible trip.
If I had a lot of money, I would --Oh, what am I thinking? I will never be rich.

11. Oblique / Slash ( / ) หรือ เส้นแบ่ง
ใช้แทรกระหว่างประโยคเพื่อแทนคำว่า หรือ เช่น
Please insert your card/cash into the machine.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น